จากตี 2 สู่โลกกว้าง · ตอนที่ 1

🚪ประตูบานสุดท้าย

บางครั้ง
ประตูที่พาเราไปไกลที่สุด
อาจไม่ใช่ประตูที่สวยที่สุด

ผมอยากเริ่มต้นเพจนี้ด้วยเรื่องหนึ่ง

ไม่ใช่เพราะมันเป็นเรื่องที่สวยงามที่สุดในชีวิต แต่เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของหลายสิ่งที่ตัวผมในวันนั้นยังไม่อาจจินตนาการได้เลย

ภาษาญี่ปุ่นค่อย ๆ พาผมออกเดินทาง ไปเรียนที่ญี่ปุ่น ไปใช้ชีวิตในอเมริกา กลับมาทำงานกับองค์กรญี่ปุ่น ไปทำงานที่สิงคโปร์ และพาผมไปพบโอกาสอีกหลายอย่าง ที่วันแรกของการเริ่มต้น ผมยังมองไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน

แต่เรื่องทั้งหมดไม่ได้เริ่มจากความพร้อม

ไม่ได้เริ่มจากเกรดสวย ๆ

ไม่ได้เริ่มจากทุนดี ๆ ที่มีคนปูพรมรอไว้

มันเริ่มจากช่วงเวลาหนึ่งที่ผมรู้สึกว่า ชีวิตของตัวเองเหมือนยืนอยู่หน้ากำแพง

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมจบมาด้วยเกรดเฉลี่ยประมาณ 2.8

สำหรับบางคน ตัวเลขนี้อาจไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แต่สำหรับผมในเวลานั้น มันไม่พอเลยสักนิดสำหรับโอกาสหลายอย่างที่ผมอยากลองคว้าไว้

เกรดเท่านี้ทำให้ผม “ไม่มีแม้แต่สิทธิ์” สมัครทุนไปเรียนต่อต่างประเทศหลายทุน

ไม่ใช่สอบไม่ผ่าน

ไม่ใช่แข่งขันแพ้

แต่แพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนาม

บางประตูในชีวิต ไม่ต้องรอให้เราเคาะด้วยซ้ำ เพราะมันปิดอยู่แล้วตั้งแต่เราเดินไปถึง

หลังเรียนจบ ในช่วงปี 2001–2002 ผมเริ่มทำงานด้วยเงินเดือนประมาณหกพันกว่าบาท

ชีวิตไม่ได้เลวร้าย มีงานทำ มีเงินเดือน มีทางเดินตามแบบที่คนทั่วไปเขาเดินกัน

แต่ลึก ๆ แล้ว ผมรู้สึกว่าทางเดินนั้นแคบเหลือเกิน ไม่ใช่แคบเพราะมันไม่ดี แต่แคบเพราะผมยังมองไม่เห็นว่า ถ้าเดินต่อไปเรื่อย ๆ ชีวิตจะพาผมไปไกลกว่านี้ได้อย่างไร

ผมไม่ได้อยากประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ไม่ได้อยากมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ในทันที ผมเพียงแค่อยากมีโอกาส

โอกาสที่จะได้เรียนรู้มากขึ้น

โอกาสที่จะได้เห็นโลกกว้างขึ้น

โอกาสที่จะได้พิสูจน์ว่า ชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่ง ยังอาจไปต่อได้มากกว่าที่ตัวเองเคยคิด

แต่ในวันนั้น ประตูแทบทุกบานไม่ได้เปิดให้ผม

หลายทุนต้องการเกรดเฉลี่ยที่สูงกว่านี้มาก หลายโอกาสมีเงื่อนไขที่ผมไม่มี และหลายเส้นทางไม่ได้ให้โอกาสผมตั้งแต่แรกแล้ว


จนวันหนึ่ง ผมไปเจอทุนหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต

ทุนหนังสือพิมพ์โยมิอุริ

เป็นทุนให้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่ใช่ทุนที่ให้ไปเรียนอย่างเดียว ผู้รับทุนต้องทำงานส่งหนังสือพิมพ์ควบคู่ไปด้วย เป็นเวลา 2 ปี

ถ้าอ่านเพียงบรรทัดแรก ๆ มันอาจดูเหมือนโอกาส แต่พออ่านต่อไป มันเริ่มดูเหมือนบททดสอบชีวิต

จากรายละเอียดที่ผมอ่านในเวลานั้น นี่ไม่ใช่งานเบาเลย เงื่อนไขในการรับทุนผูกมัดผู้รับทุนอย่างมาก ต้องมีผู้ค้ำประกัน ห้ามกลับประเทศไทยก่อนกำหนด และต้องพิจารณาให้ดีว่าไหวหรือไม่ไหว เพราะถ้าไม่ไหว อาจมีภาระหรือค่าปรับตามมา

อ่านถึงตรงนี้ ผมเริ่มเข้าใจว่า นี่ไม่ใช่ทุนในฝัน แต่มันคือประตูบานหนึ่งที่เปิดอยู่ พร้อมกับภาระหนักอึ้งหลังบานประตูนั้น

และสิ่งที่ทำให้ผมหยุดอ่านจริง ๆ ไม่ใช่แค่คำว่า “ญี่ปุ่น” ไม่ใช่แค่คำว่า “ทุน” แต่เป็นเงื่อนไขเล็ก ๆ ข้อหนึ่ง

ทุนนี้ไม่ดูเกรดเฉลี่ย

สำหรับบางคน นี่อาจเป็นเพียงรายละเอียดธรรมดาในประกาศรับสมัคร แต่สำหรับผมในวันนั้น มันเหมือนมีใครเจาะช่องเล็ก ๆ ไว้บนกำแพงที่ผมคิดว่าปิดสนิทไปแล้ว

ประตูบานนั้นไม่ได้สวย

ไม่ได้หรู

ไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้

ไม่ได้บอกว่าเดินเข้าไปแล้วชีวิตจะง่ายขึ้น

มันเพียงแค่เปิดอยู่

และบางครั้ง สำหรับคนที่ไม่มีประตูให้เลือกมากนัก แค่นั้นก็มากพอแล้ว

ผมเริ่มค้นข้อมูลในเว็บบอร์ดยุคนั้น สิ่งที่เจอไม่ได้ทำให้ใจชื้นขึ้นเลย มีแต่คนเล่าว่าโหดมาก เหนื่อยมาก ไม่ไหว บางคนบอกว่าไม่ได้อะไรกลับมา บางคนเล่าว่ามีคนหนีกลับไทยไม่น้อย

ยิ่งอ่าน ผมยิ่งรู้ว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่ภาพฝันแบบในโปสเตอร์ทุนการศึกษา

มันไม่ใช่ภาพนักเรียนต่างชาติยิ้มสดใสใต้ต้นซากุระ 🌸 ไม่ใช่ภาพความสวยงามของการไปเรียนญี่ปุ่น แต่มันคือชีวิตจริง

ชีวิตที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดมาก ๆ ใช้แรงกายส่งหนังสือพิมพ์ เรียนภาษา เลิกเรียนก็กลับมาทำงาน แล้วเริ่มใหม่ตั้งแต่เช้ามืดอีกครั้งในวันถัดไป

หลายคนบอกว่าอย่าไป

หลายคนบอกว่าไม่คุ้ม

หลายคนบอกว่าโหดเกินไป

หลายคนบอกว่าคนที่หนีจากทุนนี้ต้องประสบปัญหามากมาย

ผมนั่งอ่านเรื่องเหล่านั้นอยู่หน้าจอ และค่อย ๆ ทำความเข้าใจว่า ประตูบานนี้ไม่ใช่ประตูที่สวยงามอะไรเลย แต่มันคือประตูบานเดียวที่เหลืออยู่ให้ผมในเวลานั้น

วันนั้น ผมยังไม่รู้ว่าหลังประตูบานนั้นจะมีอะไรอีก ไม่รู้ว่ามันจะพาผมไปไกลแค่ไหน ไม่รู้ว่าผมจะทนไหวหรือไม่

รู้เพียงว่า ถ้าผมไม่ลองเดินเข้าไป ผมอาจต้องยืนอยู่หน้ากำแพงเดิมไปอีกนาน

บางครั้ง โอกาสไม่ได้มาในรูปแบบที่เราฝันไว้ บางครั้ง มันมาในรูปแบบของประตูเก่า ๆ หนัก ๆ ที่ไม่มีใครบอกว่าข้างในจะปลอดภัย

แต่มันเปิดอยู่

และในบางช่วงของชีวิต
คำว่า “เปิดอยู่” อาจสำคัญกว่าคำว่า “สวยงาม”

เพจนี้จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเล่าแค่เรื่องความสำเร็จ แต่ผมอยากค่อย ๆ เล่าเรื่องของการเริ่มต้นจากจุดที่ไม่พร้อม การเรียนภาษา การทำงานหนัก การล้ม การลุก และการใช้ “การเรียนรู้” เป็นเครื่องมือเปิดประตูชีวิต

เผื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้ จะเป็นกำลังใจให้ใครบางคนที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูที่ยากลำบากของตัวเอง


ตอนหน้า ผมจะเล่าว่า เมื่อผมตัดสินใจเดินเข้าไปในประตูบานเดียวที่เหลืออยู่นั้น ชีวิตของเด็กส่งหนังสือพิมพ์โยมิอุริในญี่ปุ่นเริ่มต้นอย่างไร

และทำไมทุก ๆ วันของผม

จึงเริ่มตั้งแต่ตี 2

#จากตี2สู่โลกกว้าง #ประตูบานสุดท้าย #ภาษาญี่ปุ่นเปลี่ยนชีวิต #เรียนรู้เพื่อเปลี่ยนชีวิต
ติดตามเพจ JapanPlot บน Facebook ติดตาม JapanPlot บน YouTube